การประยุกต์จริยศาสตร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน

     อาชีพต่าง ๆ จะเป็นอาชีพที่ไร้ค่าและปราศจากเกียรติยศ ถ้าอาชีพนั้น ๆ ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ จรรยาบรรณคือระเบียบวินัยในอาชีพนั้น ๆ 

การประยุกต์จริยศาสตร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน 
1.  การใช้ปัญญาเลือกสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์
ทัศนะทางจริยศาสตร์มีแต่ความขัดแย้งกันตลอด ดังนั้น สำหรับผู้ฉลาดต้องรู้จักใช้ปัญญาเลือกแนวคิดต่าง ๆ มาใช้ให้เหมาะสมแก่สถานการณ์ ในบางกรณีเราก็ต้องยึดหลักการเหมือนค้านท์ มิฉะนั้นจะทำให้เราเป็นคนหลักลอยหาอุดมการณ์ไม่ได้ แต่ในบางสถานการณ์เราก็ต้องยึดหลักประโยชน์นิยมเหมือนในกรณีของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ มิเช่นนั้น เราคงจะหาทางออกจากปัญหาไม่ได้ เราไม่ได้เป็นคนกระล่อนกลิ้งกลอกหลอกลวง หรือเป็นพวกมะกอก 3 ตระกร้าปาไม่ถูก แต่เราเป็นผลผลิตจากวิวัฒนาการอันยาวนานทางสติปัญญา ทำให้เรารู้จักเลือกสรรแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่ตนเองและมนุษยชาติได้
2.  ทำให้ได้เรียนรู้แนวคิดที่เป็นประโยชน์ของมนุษย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
จากการศึกษาแนวคิดทางจริยศาสตร์ที่ผ่านมาทำให้เราทราบว่า แนวคิดที่คนในปัจจุบันนี้ถกเถียงกันในเรื่องความดีความชั่วนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เป็นเรื่องเก่าที่คนโบราณถกเถียงกันมายาวนาน กว่าสองพันปีจนกระดูกแทบจะกลายเป็นขี้เถ้า เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่แท้ ๆ ปัญหาทางจริยธรรมที่คนในปัจจุบันนี้โต้วาทะกันไม่ว่าจะเป็น -การุณยฆาต
                        -การฆ่าด้วยความรักความสงสาร
                       -ปัญหาการทำแท้ง
                       -ปัญหาเรื่องรักร่วมเพศ
                       -ปัญหารักร่วมสายเลือด
                       -ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่และผลประโยชน์ หรือระหว่างหลักการกับผลลัพธ์   
 ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้มีคำตอบอยู่หมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเชื่อแนวคิดแบบไหน การเชื่อระบบความคิดแบบไหนขึ้นอยู่กับระบบความเชื่อของเรา เมื่อมีความคิดที่สอดคล้องกันจึงทำให้เกิดความเชื่อและความคล้อยตาม
3. ชีวิตนี้เพื่อตนหรือเพื่อใคร?
     การมีชีวิตอยู่เพื่อตนหรือเพื่อความเห็นแก่ตัวอย่างเดียวนั้น ทำให้โลกนี้ดูเศร้าหมองและไม่น่าอยู่แต่ชีวิตที่แบกคนทั้งโลกไว้บนบ่าทำเพื่อความสุขของผู้อื่นอย่างเดียว ก็ดูเป็นอุดมการณ์มากเกินไปเพราะเป็นการเบียดเบียนตนเอง ชีวิตที่น่าอยู่ควรจะเป็นชีวิตอย่างไรในท่ามกลางปัญหาที่ขัดแย้งกันในเรื่องนี้ เราก็ควรจะทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง ในขณะเดียวกันก็ควรที่จะเกื้อกูลบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ตัวเราคือหน่วยย่อยที่สุดของสังคม การทำเพื่อสังคมก็คือการทำเพื่อตน การทำเพื่อตนก็คือการทำเพื่อสังคมซึ่งในเรื่องนี้ พระพุทธศาสนามีคำตอบที่สำเร็จรูปไว้ให้แล้ว
4. ชีวิตที่หนักแน่นดั่งภูผา
        ชีวิตคนเราบางครั้งก็หนักแน่นดั่งขุนเขา บางครั้งก็บางเบาดั่งขนนก ชีวิตที่มีอุดมการณ์คือชีวิตที่มีเป้าหมาย ทำให้ชีวิตของเรามีทิศทางที่แน่นอนไม่ถูกกระแสโลกพัดพาไป ชีวิตไม่เป็นเหมือนนุ่นที่ถูกกระแสลมพัดลอยไปเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า หรือเหมือนกอสวะที่ลอยไปลอยมาตามกระแสน้ำที่ขึ้นและลง ทำให้เรามีจุดหมายที่แน่นอนในชีวิตว่าเราจะเลือกชีวิตแบบไหนระหว่างคติสุขารมณ์และอคติสุขารมณ์
5. รู้จักคน รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ
คนทุกคนมักตัดสินคนที่เปลือกนอก ไม่มองให้ทะลุถึงขั้วหัวใจ วิชาจริยศาสตร์ช่วยทำให้เราเป็นเหมือนผู้พิพากษาที่จะตัดสินใจในการตัดสินคนได้อย่างเที่ยงธรรม ช่วยให้เรามีเกณฑ์ในการตัดสินตนเองและผู้อื่นในเรื่องความดี ความชั่ว ที่แน่นอน โดยที่เรามีโอกาสที่จะตัดสินใจเลือกระหว่างแนวคิดที่ไม่แน่นอนตายตัวใช้ประโยชน์สุขเป็นตัวตัดสิน  และกลุ่มที่ถือว่ามีความจริงที่แน่นอนตายตัวใช้เจตนาเป็นตัว  ตัดสิน
6. ในความมืดมิดของก้นถ้ำย่อมมีแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์
         แม้เราจะงุนงงและสับสนกับทฤษฎีต่าง ๆ ที่ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เราถือว่าในน้ำครำยังมีเงาของพระจันทร์ น้ำเน่าที่ขังท่อริมถนนยังกลั่นตัวเป็นฝนบนฟากฟ้า จงเอาวิกฤติเป็นโอกาส เอาขาดทุนเป็นกำไร ในทุกสถานการณ์ที่ยุ่งยากย่อมมีทางออกอยู่เสมอ ในจริยศาสตร์ก็เช่นเดียวกันนอกจากจะทำให้เราปวดหัวแต่ก็ทำให้เราหายปวดหัวและเป็นสุข เมื่อเราได้พบกับแนวคิดที่กว้างใหญ่ไพศาล เป็นแนวคิดที่เป็นกลาง ๆ ครอบคลุมความคิดตะวันตกทั้งหมดนั้นคือพุทธจริยศาสตร์ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องฉลาดรู้จักเลือก รู้จักความเหมาะสมในการเดินทางสายกลาง
7. จริยศาสตร์คือประทีปส่องทางของอาชีพอื่น
      วิชาจริยศาสตร์เป็นเหมือนเสาหลักให้อาชีพอื่น ๆ เป็นเหมือนดวงตาที่ทำให้อาชีพอื่นไปได้ถูกทาง เป็นประทีปส่องทางในที่มืด เรารู้จักจริยศาสตร์ในอาชีพอื่น ๆในนามจรรยาบรรณ อาชีพทุกอาชีพต้องมีจรรยาบรรณเป็นของตนเอง เช่น อาชีพแพทย์ต้องมีจรรยาบรรณคือการรักษาชีวิตคนไข้ไม่ใช่ทำลายชีวิตคนไข้ สื่อมวลชนมีหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพของสังคม จึงต้องทำหน้าที่ของตนอย่างเที่ยงธรรม ไม่เป็นกระจกเงาที่บิดเบี้ยวสะท้อนภาพที่ผิดให้แก่สังคมด้วยอำนาจอคติหรือผลประโยชน์ ทหารมีหน้าที่รักษาประเทศชาติ จรรยาบรรณของทหารจึงคือยอมตายเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ การเปิดเผยความลับของประเทศชาติคือการทรยศต่อมาตุภูมิ
        อาชีพต่าง ๆ จะเป็นอาชีพที่ไร้ค่าและปราศจากเกียรติยศ ถ้าอาชีพนั้น ๆ ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ จรรยาบรรณคือระเบียบวินัยในอาชีพนั้น ๆ หรือจะเรียกว่าศีลก็ได้ ดังคำกลอนที่ว่า
                                       อันสตรีไม่มีศีลก็สิ้นสวย    บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี
                                 พระและเณรไม่มีศีลก็สิ้นดี           ข้าราชการศีลไม่มีก็เลวทรามฯ
                   (ที่มา -www.buddhism.rilc.ku.ac.th/.../เอกสารประกอบการสอนจริยศาสตร์/บทที่13)
                            -https://www.google.co.th/search?source=hp&ei=6ng2XezmIIjqvgTalKPQBQ&q=%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88++13+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&oq=%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88++13+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&gs_l=psy-ab.3..33i10.2094.2094..3740...0.0..0.146.242.1j1......0....2j1..gws-wiz.....0.5rm-MzqEkAg&ved=0ahUKEwjsg6P0hsrjAhUItY8KHVrKCFoQ4dUDCAU&uact=5

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จริยศาสตร์เชิงคุณธรรมแบบใหม่ต่อไปนี้เป็นอย่างไร?

การนำหลักจริยศาสตร์มาใช้ในการวิเคราะห์

3เอ็ม คว้ารางวัล “บริษัทที่มีจริยธรรมสูงสุดในโลก”