การแก้ปัญหาการทุจริต


 แนวทางการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น จากข้อเสนอแนะ ADB
แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นจากข้อเสนอแนะของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB)การป้องกันคอรัปชั่นในภาครัฐ อาจจะทำได้ด้วยมาตรการที่มุ่งกำจัดจุดอ่อนของระบบ และเสริมสร้างความเข้มแข็งและคุณธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น วิธีการคัดเลือกและการพัฒนาเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องประกาศให้ทราบทั่วกัน ดำเนินการอย่างโปร่งใส และคัดคนตามความสามารถ การปรับเงินเดือนเจ้าหน้าที่รัฐให้สูงขึ้น  เป็นวิธีเพิ่มแรงจูงใจให้คนเก่งเข้ามาสมัครและอยู่ในอาชีพนี้ได้อย่างพอเพียงโดยไม่ต้องคอรัปชั่น การเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ต้องมีวิธีประเมินผล และตรวจสอบอย่างเป็นกลาง และมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการเล่นพรรคเล่นพวกบางประเทศใช้วิธีออกกฎจรรยาบรรณ (CODE OF CONDUCT) ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน เช่นห้ามรับของขวัญหรือการเลี้ยงดูจากคนอื่น ห้ามการรับสินบนและการใช้ทรัพย์สมบัติสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งการออกกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อป้องกันการที่เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน เช่น เจ้าหน้าที่ด้านภาษีและออกใบอนุญาตด้านธุรกิจใช้อำนาจตัดสินใจตามวิจารณญาณของตน บางประเทศใช้วิธีการรวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง และใช้ระบบสารสนเทศ เช่น อินเตอร์เน็ทมาช่วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และลดการคอรัปชั่น มีกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน
         นอกจากแนวทางการป้องกันการคอรัปชั่นดังที่ได้กล่าวมาแล้ว สิ่งทีสำคัญคือ ต้องมีการปราบปรามการคอรัปชั่นอย่างเอาจริงเองจัง เช่น จะต้องมีการอายัดและยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้มาด้วยการคอรัปชั่นได้ มีการออกกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่พยานผู้ให้ข้อมูลเรื่องคอรัปชั่น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐระดับรองลงมา ซึ่งมีโอกาสรู้ข้อมูลแต่ไม่กล้าแจ้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่น เพราะเกรงว่า ตนจะมีความผิดด้วย โดนหัวหน้างานกลั่นแกล้ง หรือทำอันตราย
การจะปราบคอรัปชั่นให้ได้ผล จะต้องมีกฎหมายที่เอื้ออำนวย เช่น กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะ และรายได้ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกตั้งข้อสงสัย เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นขอไป รวมทั้งมีการร่วมมือ ขอข้อมูลจากต่างประเทศได้ด้วย กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐโยกย้ายเงินไปต่างประเทศ การจะปราบปรามคอรัปชั่นให้ได้ผล จะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายตำรวจและอัยการด้วย ดังนั้นการมุ่งแก้ปัญหาคอรัปชั่นและปฏิรูประบบตำรวจและอัยการจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอันดับต้น
ประการสุดท้าย คือ ต้องอาศัยความร่วมมือจากสังคมประชา องค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ สหภาพแรงงาน สมาคมวิชาชีพ ฯลฯ ให้เป็นหูเป็นตา เป็นกำลังในการช่วยตรวจสอบให้ข้อมูลและสนับสนุนการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่น รัฐบาลบางประเทศให้งบประมาณสนับสนุนองค์กรภาคประชาชนที่ทำงานด้านต่อต้านคอรัปชั่น เพื่อช่วยให้การปราบปรามได้ผลดียิ่งขึ้น
           ( ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล, ISBN 974-449-285-6
)

แนวทางแก้ไขคอรัปชั่น จากข้อเสนอ Center for International private enterprise

             แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น จากข้อเสนอแนะของ Center for International private enterprise (ศูนย์เพื่อธุรกิจเอกชนนานาชาติ)
1.มุ่งแก้ไขปัญหาระดับโครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม มากกว่าการลงโทษรายบุคคล  การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นที่เน้นการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดเป็นรายบุคคล ในหลายประเทศ ไม่ได้ทำให้การทุจริตคอรัปชั่นโดยรวมลดน้อยลง เพราะบ่อยครั้งจะเป็นการประนีประนอมเลือกลงโทษเฉพาะคนระดับรองลงมา หรือคนที่ทำผิดมีหลักฐานแบบดิ้นไม่หลุดหรือกระแสสังคมชี้ไปที่คนๆนั้นอย่างชัดเจน แต่ไม่มีการสาวโยงไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังและไม่มีการแก้ไขที่ตัวระบบโครงสร้างที่เป็นช่องทางให้เกิดมีการทุจริตคอรัปชั่นได้แต่แรก การทุจริตคอรัปชั่นเป็นอาการภายนอกของปัญหามากกว่าจะเป็นตัวปัญหา ดังนั้นเราจึงต้องคิดหาทางแก้ไขที่รากเหง้าของปัญหา มากกว่า แค่แก้ไขอาการ
               ปัญหาที่แท้จริง คือ การที่ระบบการเลือกตั้งทำให้นักการเมืองต้องใช้เงินจำนวนมาก การมีระบบกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ซับซ้อน เปลี่ยนแปลงบ่อย ประชาชนเข้าใจหรือเข้าถึงได้ยาก การมีกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ การมีหน่วยงานรัฐบาลที่ขาดประสิทธิภาพ การขาดระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ การที่เอกชนไม่อาจจะลงทุนและประกอบการแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ต้องพึ่งอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ การที่เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการอนุมัติและลงโทษมากเกินไป การที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอภิปรายเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น การที่เจ้าหน้าที่รัฐได้เงินเดือนต่ำ ฯลฯ
กล่าวโดยรวมก็คือ การทุจริตคอรัปชั่นไม่ใช่แค่ปัญหาคนเลว คนมีกิเลส แต่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของสถาบันทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม (Institutional Problem) ที่เป็นช่องทางส่งเสริมการทุจริตคอรัปชั่นให้เติบโตได้ ดังนั้น ทางแก้ไขจึงอยู่ที่ต้องมีการปฏิรูปในเชิงสถาบันเพื่อปิดกั้นไม่ให้การทุจริตคอรัปชั่นมีช่องทางที่จะดำรงอยู่ได้
2.ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นเศรษฐกิจแบบธุรกิจเสรีที่ภาคธุรกิจเอกชนมีบทบาทที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ การจะหาการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนด้วย ที่ผ่านมาธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่มักยอมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อที่ตนเองจะได้ประโยชน์ แม้นักธุรกิจเอกชนจะต้องจ่ายสินบน จ่ายค่าคอมมิชชั่นต่างๆ แต่พวกเขาก็คิดว่าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ที่จะสามารถผลักภาระต่อให้ผู้บริโภคได้ แม้จะมีธุรกิจเอกชนบางส่วนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการยื่นขอสัมปทานหรือประมูลจากหน่วยงานของรัฐ และในเรื่องการที่รัฐบาลออกกฎหมายหรือมีมาตรการเอื้อเฟื้อประโยชน์แก่บริษัทพวกพ้องของตน ธุรกิจเอกชนเหล่านี้มักจะไม่ค่อยกล้าเปิดโปงข้อมูลหรือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อสาธารณะ เนื่องจากมีช่องว่างที่จะทำได้น้อย หรือกลัวว่า ถ้ายิ่งเปิดโปงเรียกร้องเท่ากับทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลโดยตรง จะทำให้พวกเขายิ่งมีโอกาสถูกกลั่นแกล้งมากขึ้นแต่การทุจริตคอรัปชั่นที่ขยายตัวมากขึ้นในเศรษฐกิจโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่ต้องมีการแข่งขันกันมากขึ้น จะเป็นผลเสียต่อธุรกิจเอกชนมากกว่าผลดี การผูกขาดเล่นพรรคเล่นพวก เรียกค่าคอมมิชชั่น ฯลฯ จะทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจสูง และไม่เกิดการแข่งขันกันภายในประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ต่อไปจะทำให้ธุรกิจเอกชนในประเทศแข่งขันสู้กับธุรกิจเอกชนต่างประเทศได้ยากขึ้น ประเทศที่ถูกจัดอันดับว่า มีการทุจริตคอรัปชั่นมาก ยังทำให้ธุรกิจเอกชนต่างประเทศที่มีการบริหารจัดการที่ดี (Good Government) ไม่อยากเข้ามาร่วมลงทุน เพราะไม่ชอบความไม่แน่นอนซึ่งเกิดจากการรีดไถ การติดสินบน และการขาดความเป็นธรรม ทำให้ธุรกิจเอกชนภายในประเทศขาดโอกาสที่จะลงทุนร่วมหรือเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีและการบริหารจัดการจากบริษัทข้ามชาติ
ดังนั้นเราควรรณรงค์ให้เจ้าของและผู้บริหารบริษัทธุรกิจเอกชนสำนึกถึงผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้าระยะสั้น ถ้าต้องการให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถจะแข่งขันในโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้มากขึ้น  พวกเขาควรร่วมมือกันพัฒนาสมาคมธุรกิจและหอการค้า ให้มีมาตรฐานทางวิชาชีพที่เข้มแข็ง เพื่อควบคุมกันเอง และใช้เป็นอำนาจต่อรองฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ต้องลดการทุจริตคอรัปชั่นลง นอกจากนี้แล้ว พวกเขาควรจะร่วมมือกับองค์กรภาคประชาชน ในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นของทั้งภาครัฐและภาคธรกิจเอกชน เพราะจะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งในประเทศในระยะยาว
  -ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล
,ISBN 974-449-285-6



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จริยศาสตร์เชิงคุณธรรมแบบใหม่ต่อไปนี้เป็นอย่างไร?

การนำหลักจริยศาสตร์มาใช้ในการวิเคราะห์

3เอ็ม คว้ารางวัล “บริษัทที่มีจริยธรรมสูงสุดในโลก”